บทที่ 4 : ไม่มีใครต้องการความสงสารจากนาย

30 2 0
                                    

14 กุมภาพันธ์ 2117

โชคดีเพียงไม่กี่อย่างในโชคร้ายคือวันนี้เป็นวันอาทิตย์

หลังจากเมื่อคืนพยายามใช้แหนบถอนเศษแก้วออกมาจากขาทีละชิ้น ๆ อย่างน่าสยดสยองและเจ็บปวดแล้ว ผมยังมีโอกาสพักผ่อนอีกหนึ่งวันเต็ม ๆ โดยอาศัยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากคลังเสบียงของตนเองประทังความหิว และต่อให้ไปทำงานวันพรุ่งนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเดินสวนกับรุ่นพี่ทาเคมูระโดยไร้ระยะทำใจ เพราะเขาลางานไปทำธุระสำคัญที่โอซาก้าชั่วคราว

ดวงตาเปิดลืมขึ้นในยามสายของวันใหม่โดยปราศจากเสียงบงการจากนาฬิกาปลุก ความเต็มเปี่ยมของกระเพาะปัสสาวะคือสิ่งที่สัมผัสได้รองจากความแสบของบาดแผลและกลิ่นฉุนของยาสามัญประจำบ้าน ผมค่อย ๆ คืบคลานลงจากเตียง นิ่วหน้าทุกครั้งยามผ้าพันแผลเสียดสีจุดอ่อนแอ มุ่งไปยังห้องน้ำเพื่อเริ่มต้นชีวิตในวันหยุดอย่างที่สมควรเป็น

น้ำประปาจากก๊อกบนอ่างสีขาวรินไหลตามการหมุนเปิด ผมวักส่วนหนึ่งของมันขึ้นมาล้างหน้า สัมผัสเย็น ๆ ทำให้ความง่วงเหงาหาวนอนเมื่อครู่ทุเลาลง และแน่นอนว่าขั้นตอนต่อไปคือการแปรงฟัน ผมบ้วนปากหนึ่งครั้ง หยิบแปรงสีฟันแห้งผากให้กระบอกเสียบหน้ากระจกขึ้นมาบีบยาสีฟันใส่แล้ว ให้เปปเปอร์มินต์ปล่อยรสอันซาบซ่านออกมา ภาพชายผู้มีฟองขาวผุดพรายออกมาตามปากสะท้อนบนกระจกบานใหญ่ ภายในห้องที่ไม่มีใครนอกจากตัวเอง

แต่แล้วบางสิ่งบางอย่างก็ผิดคาด แปรงสีฟันร่วงหล่นลงสู่อ่างสีขาว ฟองสาดกระเซ็นไปทั่ว ผมมองมือทั้งสองที่เคยควบคุมมันได้อย่างอยู่หมัด ตอนนี้มันคลายออกเองเป็นครั้งที่สองในรอบยี่สิบหกปีของชีวิต

เป็นไปได้ยังไงกัน?

ผมหยิบแปรงขึ้นมาล้างแล้วเสียบกลับไปยังที่เดิม บ้วนปาก ก่อนจะซับหยดน้ำบนใบหน้าที่มีรอยกดทับของหมอนด้วยผ้าขนหนู พยายามไม่ข้องใจกับอะไร หากทำแบบเดียวกันเมื่อร้อยปีที่แล้วคงถูกมองว่าปล่อยปละละเลยสุขภาพเป็นแน่ ในหนังสือประวัติศาสตร์บอกว่าคนสมัยนั้นมักศรัทธาในตัวหมออย่างสุดซึ้ง

アンドロイド時代 | แอนดรอยด์จิไดDonde viven las historias. Descúbrelo ahora