บทที่ 5 : แค่รู้ว่ามันมีอยู่ก็พอ

25 2 0
                                    

30 มิถุนายน 2117

โรงเรียน R มีธรรมเนียมสำคัญอย่างหนึ่งคือจัดงานแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสองครั้งต่อปี ครั้งแรกตอนสิ้นเดือนมิถุนายน ครั้งที่สองตอนสิ้นเดือนธันวาคม โดยผู้บริหารให้เหตุผลว่า เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นในการฝึกฝนของบรรดาครูและนักเรียน

สถานที่จัดงานคือชั้นล่างของสถาบันซึ่งมีแกรนด์เปียโนหลังงามตั้งตระหง่านอยู่บนเวทีเตี้ย ๆ เป็นปกติ เพิ่มเติมเพียงป้ายผ้าใบบอกชื่องานบนฝาผนัง กับเก้าอี้พลาสติกวางเรียงราย คณาจารย์ ลูกศิษย์ ตลอดจนผู้ปกครองนั่งรวมกัน ผมอยู่ข้างสุมิเระ เธอแต่งกายด้วยแฟชั่นฤดูหนาวเต็มยศ ผมดำขลับถูกเกล้าเป็นมวยสูง เผยให้เห็นใบหน้าอันปราศจากการเสริมแต่ง แม่ของเธอเองก็มารอดูการแสดงด้วย

ผมถามนักเรียนในการดูแลพร้อมหรือยังกับกิจกรรมที่ใกล้จะมาถึง เธอเผยยิ้มพลางพยักหน้าจนผมรู้สึกมั่นใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมาเธอเองก็ดูแลเอาใจใส่เรื่องนี้ดี ความคาดหวังของผมจึงเป็นราวกับลูกโป่งที่พองลมขึ้นทุกวินาทีในเย็นวันนี้

เหล่านักเรียนหลากสาขาวิชาขึ้นอวดฝีมือ ชุดแรกเป็นการแสดงหมู่ของเหล่าเด็กน้อยอายุราวสามขวบ ร่างเล็ก ๆ ราวสิบชีวิตยืนเอามือไพล่หลังแล้วร้องเพลงหมู่โดยอาศัยเสียงเปียโนจากครู เสียงสดใสดังกังวาน เป็นภาพที่น่ารักน่าชัง

ผมพรมนิ้วลงบนหน้าตักตามลีลาที่วาดหวังไว้ จินตนาการถึงคราวของตัวเองและสุมิเระด้วยจังหวะหัวใจอันถี่กระชั้น ในขณะที่เพลงแล้วเพลงเล่าเริ่มต้นและจบลงไป เวลาเป็นของแปลก หากคิดว่าอยากแสดงโดยเร็ว เวลาก็จะผ่านไปช้า แต่หากกลับกัน มันก็จะผ่านไปเร็ว เหมือนถูกขัดใจอย่างไม่จบไม่สิ้น

หลังการแสดงจบไปชุดแล้วชุดเล่า สุมิเระถูกประกาศเรียกขึ้นไปพร้อมครูส่วนตัว ผมเดินไปนั่งตั้งท่าอยู่บนเก้าอี้เบาะหนัง เบื้องหน้าแผงลิ่มนิ้วเงางาม หันข้างให้กับเหล่าผู้ชม ส่วนเด็กหญิงยืนให้หันหน้าให้เขาเหล่านั้น ขณะริมฝีปากกำลังจ่ออยู่บนไมโครโฟน เสียงกระซิบกระซาบหยุดลง ถูกแทนที่ด้วยเสียงปรบมือเกรียวกราวครู่หนึ่ง

アンドロイド時代 | แอนดรอยด์จิไดHikayelerin yaşadığı yer. Şimdi keşfedin