Chapter 6
ความเศร้าเป็นประจักษ์พยานของความรัก หว่าความเศร้าที่ลึกล้ำเกินไปอาจเป็นพยานที่ไร้สติ
- วิลเลี่ยม เชคสเปียร์
------------------------------------------------------
ฉันยืนอยู่ที่หน้าหอพักในยามเช้าตรู่ ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเอเดนที่กำลังวิ่งจ๊อกกิ้งผ่านมาทางนี้ เมื่อเขาเข้ามาใกล้ ฉันก็โบกมือทักทาย
"อรุณสวัสดิ์แซม" เขาทักทายฉันกลับด้วยเสียงเรียบนุ่มดังเช่นเคย "ไปทานข้าวเช้าด้วยกันนะ"
แล้วเราก็มาอยู่ในห้องอาหารที่บ้านของเอเดน ห้องที่มีเพียงเรา และแสงเทียน เขาหั่นสเต็กปลา ก่อนจะแบ่งให้ฉัน เราทานอาหาร พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ยิ้ม และหัวเราะไปด้วยกัน ทั้งห้องอบอวนไปด้วยความสุขที่ฉันไม่มีวันอยากให้มันจบลง...
.
"บ้าเอ้ย"
ฉันสบถเมื่อเผลอคิดถึงความฝันของตัวเองที่พยายามลืม แต่กลับถูกรอยยิ้มของเอเดนยึดพื้นที่ในหัวไป แม้จะเป็นเพียงภาพที่เกิดจากจินตนาการของตัวเอง แต่มันกลับทำให้ฉันหยุดยิ้มไม่ได้ และนั่นยิ่งต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการทำหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะมีคนทักว่าเป็นบ้า
ตอนบ่ายของวันนี้ ฉันได้กลับมาทำหน้าที่เดิมอีกครั้ง หลังจากเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ ฉันก็มายืนรอรับเลน่าที่บ้านของครอบครัวเมอร์ฟี่ แล้วรสบัสโรงเรียนก็ขับมาจอดที่หน้าบ้านอย่างตรงเวลา
"หวัดดีสาวน้อย" ฉันทักเลน่าทันทีที่เธอก้าวลงมาจากรสบัสคันสีเหลือง
"พี่แซม!" เลน่าวิ่งมากอดฉันสุดแขน และฉันก็ย่อตัวลงเพื่อกอดเธอให้ถนัดขึ้น "หนูคิดถึงพี่แซมที่สุดในโลกเลย" หนูน้อยพูดอย่างร่าเริง ปากบางสีชมพูเป็นธรรมชาติเหมือนแก้มของเธอฉีกออกจนเห็นฟันหลอ
ESTÁS LEYENDO
|TH| The Sun and the Moon [END]
Historia Cortaว่ากันว่า ความรักนั้นไม่มีเงื่อนไข แล้วถ้าหากความรักของฉันเกิดขึ้นกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่อายุห่างกันถึง 18 ปีล่ะ? นั่นอาจเป็น รักต้องห้าม เลยก็ว่าได้ แต่ทว่า ❝ รักแท้ไม่อาจเป็นดั่งเส้นทางที่ราบเรียบ ❞ - William Shakespeare M. C. Kator [ ยั ง ไ ม่...
![|TH| The Sun and the Moon [END]](https://img.wattpad.com/cover/120154747-64-k201563.jpg)